Friday, November 24, 2017
Home > วิธีบำบัดสุขภาพทางจิตควรทำอย่างไร > การทานยาช่วยบำบัดสุขภาพจิตได้มากแค่ไหน

การทานยาช่วยบำบัดสุขภาพจิตได้มากแค่ไหน

Medicines-help-pic

โรคจิตเภท เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง อาการของผู้ป่วย เช่น ประสาทหลอน มองโลกผิดไปจากความเป็นจริง มีการแสดงอารมณ์ไม่เหมาะสม มีความคิดร้ายแรงจนอยากตัวตาย

Medicines_help_heal_pic

ในปัจจุบันนี้แบ่งอาการของโรคจิตเภทออกเป็น 2 ลักษณะ

1.ลักษณะอาการทางบวก

ผู้ป่วยจะมีอาการ”มาก” กว่าคนปกติทั่วไป

– ประสาทหลอน ได้ยินเสียงคนพูดคุย และพูดตอบเสียงนั้นเพียงคนเดียว

– อาการหลงผิด เช่น คิดว่ามีเทพหรือวิญญาณสิงสถิตอยู่ในร่างกายและคอยบอกให้กระทำสิ่งต่างๆ มีความคิดผิดปกติ เช่น พูดจาไม่รู้เรื่อง เปลี่ยนเรื่องพูดโดยไม่มีเหตุผล

มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ชอบทำท่าแปลกๆ หัวเราะหรือร้องไห้ สลับกันไปมา

2.ลักษณะอาการทางด้านลบ

ผู้ป่วยจะมีอาการ”ขาด”จากคนปกติทั่วๆ ไป เช่น ไม่มีสีหน้าอารมณ์ ไม่มีจุดหมายในชีวิต ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เก็บตัวเก็บตัว หรือไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องอะไรเลย

การรักษาโรคจิตเภทที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คือ รักษาด้วยการทานยา ยาที่ทานเข้าไปจะช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมองที่ผิดปกติ ให้กลับมาอยู่ในระดับปกติ

Medicines-help-heal-pic

ยารักษาโรคจิตเภทในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม

1.ยารักษาโรคจิตเภทกลุ่มเก่าหรือดั้งเดิม เป็นยาที่มีการใช้มานาน เช่น thioridazine, perphenazine, pimozide, haloperidol, flupentixol เป็นต้น

2.ยารักษาโรคจิตเภทกลุ่มใหม่ เช่น risperidone, quetiapine, aripiprazole, paliperidone เป็นต้น

ฤทธิ์ของยากลุ่มที่ 2 นี้ จะไปปิดกั้นการทำงานของสารสื่อประสาท ทั้ง dopamine และ serotonin ทำให้สามารถควบคุมได้ทั้งอาการทางด้านบวกและอาการทางด้านลบ พบว่ามีข้อดีกว่าเมื่อเทียบกับยารักษาโรคจิตเภทในแบบเก่า คือ มีผลข้างเคียงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของน้อยกว่า แต่ก็มีอาการข้างเคียงอื่นๆ ได้ เช่น ง่วงซึมน้ำหนักเพิ่มขึ้น น้ำหนักลดลง น้ำลายไหลมาก อาการข้างเคียงต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายเนื่องจากความดื้อยาของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนใช้ยาแบบเดียวกัน อีกคนอาจเกิดอาการข้างเคียง แต่อีกคนกลับไม่เกิดอาการอะไรเลย แต่ถ้าท่านรู้สึกว่าอาการข้างเคียงมีเยอะมากเกินไปท่านสามารถบอกจิตแพทย์ประจำตัวได้ เพื่อจะได้ปรับยาให้เหมาะกับท่านมากขึ้น

แต่สุดท้ายแล้ว การใช้ยารักษาโรคจิตเภทเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการรักษาเท่านั้น ส่วนที่สำคัญอีกอย่างก็คือ คนในครอบครัวหรือคนรอบข้างควรมีความเข้าใจในอาการของโรคที่ผู้ป่วยเป็น ควรดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ คอยสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและมาตรวจรักษาตามนัด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข